|
How to write essay Chapter
2
August 2, 2004
Beginning,
Middle, End.
1) โครงสร้าง Essay ที่สามารถนำไปใช้กับ
Topic ส่วนใหญ่ได้คือ
Introduction
| Point 1
Body < Point 2
| Point
3
Conclusion
2) หลักการเขียน Essay โดยรวม
2.1) จำกัดขอบเขตของหัวข้อ Essay ให้แคบลง
2.2) บอกความคิดของคุณให้ชัดเจน เช่นเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยกับหัวข้อ
2.3) หาตัวอย่าง หรือเหตุผลเพื่อมาสนับสนุนความคิดของคุณสามข้อ
2.4) เขียนบทสรุปที่น่าสนใจ และประทับใจผู้อ่าน
3) หลักการเขียน Essay ที่ดี
3.1) วิเคราะห์หัวข้อให้ละเอียด
3.2) จำกัดขอบเขตของหัวข้อให้แคบลง อยู่ในวงที่สามารถกำหนดกรอบได้แน่นอน
3.3) บอกความคิดของคุณออกมาให้ชัดเจนว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับหัวข้อ
3.4) หาเหตุผลสนับสนุนความคิดของคุณ แล้วนำมาเรียงตามลำดับที่เหมาะสม
3.5) ขึ้นต้น Essay ด้วยประโยคที่จับใจ คงข้อมูลรายละเอียดของหัวข้อไว้ครบถ้วน
3.6) ให้รายละเอียดสนับสนุนเหตุผลด้วยตัวอย่าง หรือรายละเอียดที่ชัดเจน
3.7) นำทางผู้อ่านจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งด้วยคำเชื่อมประโยคที่เหมาะสม
3.8) ใช้คำพูดที่ชัดเจน รัดกุม มีชีวิตชีวา
3.9) ลดการใช้คำพูดที่ซ้ำซ้อน ไม่จำเป็น อย่าให้น้ำท่วมทุ่ง
3.10) ใช้รูปแบบประโยคที่หลากหลาย
3.11) เขียน Essay ทั้งหมดด้วยภาษาอังกฤษมาตรฐาน
3.12) และทิ้งท้าย Essay ด้วยประโยคที่ประทับใจ
ถ้าคุณทำได้ทั้งหมดดังที่กล่าวมานั้น Essay ที่คุณเขียนจะต้องเป็นงานชิ้นที่น่าประทับใจแน่ๆ
แต่ปัญหาของเราส่วนใหญ่กลับไม่ใช่อยู่ที่การ "เขียน Essay อย่างไรให้คนอ่านประทับใจ"
ตรงกันข้าม ปัญหาหลักของคนส่วนใหญ่อยู่ที่ "ทำอย่างไรจะเขียน
Essay ให้ได้" ต่างหาก
เมื่อคุณอ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้วผมขอทึกทักเอาว่าคุณได้
(1) อ่าน "How to write essay ตอนที่1" เรียบร้อยแล้ว และ (2)
คุณได้ทำตามคำแนะนำในตอนที่ 1 ที่ว่าด้วยการเตรียมตัวเพื่อเขียน
essay มาเรียบร้อยแล้วเช่นกัน นั่นคือ "อ่านหนังสือภาษาอังกฤษมาในปริมาณที่มากพอจนคุ้นเคยกับตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษดีพอสมควร
และมีคำศัพท์อย่างน้อย 2,000 คำเพื่อนำมาใช้งาน" เรียบร้อยแล้ว 
ทุกครั้งหลังจากที่ผมเตรียมผู้เรียนให้อ่านหนังสือในปริมาณที่เห็นว่าเหมาะสมดีแล้ว
ผมจะเริ่มต้นให้ผู้เรียนลงมือเขียนอะไรบางอย่างออกมา เรามาเริ่มกันเลย
คุณเป็นคนลงมือทำ ผมเป็นโค๊ชให้
Assignment:
1) ให้คุณหาหัวข้อ Essay ที่คุณชอบที่สุดมา 1 หัวข้อ [คลิ๊กเมาส์ปุ่มขวาที่นี่ แล้วเลือก Save Target As... เพื่อ Download
หัวข้อ Essay ของข้อสอบ TOEFL จากเวปไซต์ www.toefl.org] แล้วเขียนออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่คุณสามรถเขียนได้
- เมื่อเขียนเสร็จ [
เอาไปโพสต์ไว้ที่นี่เลย
]
ผมจะอ่าน และให้คะแนนคุณ ถ้าเขียนไม่ได้ ไปข้อ 2
2) คุณจงเลือกหัวข้อต่อไปนี้เขียนเป็นเรียงความธรรรมดามา
1 หัวข้อ
- 2.1) My family
- 2.2) My pet
- 2.3) My most exciting vacation
- 2.4) My close friend
- 2.5) My interesting subject in school
- เมื่อเขียนเสร็จ [
เอาไปโพสต์ไว้ที่นี่เลย
]
ผมจะอ่าน และให้คะแนนคุณ ถ้ายังเขียนไม่ได้ ไปข้อ
3
3) เขียนอะไรมาก็ได้ ขอให้เขียนออกมาเป็นภาษาอังกฤษ
เขียนมา 1 หน้า A4
- เมื่อเขียนเสร็จ [
เอาไปโพสต์ไว้ที่นี่เลย
]
ผมจะอ่าน และให้คะแนนคุณ ถ้ายังเขียนไม่ได้ ไปข้อ
4
4) เลือกหัวข้อจากข้อ 2 แล้วเขียนเรียงความเป็นภาษาไทยออกมา
1 หัวข้อ
- ถ้าคุณเขียนเสร็จ [
เอาไปโพสต์ไว้ที่นี่เลย
]
แล้วผมจะตามไปอ่าน และให้คะแนนคุณ ถ้ายังเขียนไม่ได้แสดงว่าคุณยังไม่มีประสบการณ์การอ่านหนังสือมากพอ
แนะนำให้คุณหาเวลาอ่านหนังสือให้มากๆ เข้าไว้ หรือจะลงทะเบียนกับ
I-L-E at Home ของเราก็ได้ เรารับประกันว่าเมื่อคุณทำตามคู่มือของเราแล้ว
คุณจะมีประสบการณ์การอ่านหนังสือมากพอสำหรับเริ่มต้นเขียน
Essay แน่นอน :) |
|
จุดประสงค์ของแบบฝึกหัดข้อ 1 ถึง ข้อ 4 นั้นมีอยู่อย่างเดียวคือให้ผู้เรียนได้ทำการ
"เขียน" อะไรบางอย่างออกมาเพราะบทความนี้ออกแบบมาเพื่อให้ผู้เรียนสามารถ
"เขียน" ได้ และเมื่อ "เขียนได้" แล้ว จึงจะสามารถพัฒนาต่อไปถึงขั้น
"เขียนให้ดี" ต่อไปได้ วิชา Writing ในโรงเรียนที่หลายคนเคยเรียนมา
หลักสูตร Writing ในโรงเรียนกวดวิชาหลายแห่งที่มีสอนกันอยู่มากมายนั้น
มุ่งแต่จะสอนให้ผู้เรียน "เขียนให้ดี" กันเป็นส่วนมาก โดยลืมไปว่าผู้เรียนนั้นยังเขียนกันไม่ได้
เมื่อยังเขียนกันไม่ได้ ก็ไม่มีงานเขียนที่จะนำไปพัฒนาให้ดีต่อไปได้เช่นกัน
คุณเขียนภาษาอังกฤษมาแล้วกี่แผ่น? นี่เป็นคำถามที่ผมใช้ถามผู้เรียนของผมประจำ
เพราะผมเชื่อว่าเมื่อคุณต้องการเขียนให้ได้มีอยู่ทางเดียวเท่านั้นคือลงมือเขียน
เขียนให้ได้ปริมาณมากที่สุด เขียนอะไรก็ได้ในเบื้องต้น ถ้ายังไม่รู้จะเขียนอะไรผมขอแนะนำให้ใช้วิธี
"คัดภาษาอังกฤษ" อันดับแรกให้คุณหาบทความที่คุณชอบมาสักหลายๆ
บท ถ้าได้จากในหนังสือยิ่งดี แล้วให้คุณนำบทความนั้นมาคัดลอกลงบนโปรแกรม
MS Word หรือถ้าคุณต้องการฝึกเขียนด้วยมือก็ให้หาสมุดมาสักเล่ม
หาดินสอหรือปากกาที่ถนัดมือมา แล้วลงมือ "คัดลอก" บทความนั้น
ย่อยบทความนั้นให้ละเอียด คำต่อคำ คัดออกมากี่รอบก็ได้ จนกระทั่งสามารถซึมซับเอารูปประโยค
รูปแบบการเขียนนั้นไว้ได้ทั้งหมด (อย่างน้อยควรจะได้สัก 30 -
40 หน้า A4 และถ้าได้สัก 100 หรือ 200 หน้า A4 ยิ่งแจ๋ว)
เมื่อคัดภาษาอังกฤษจนมั่นใจแล้ว ให้เริ่มลงมือเขียนโดยไม่ต้องคัดลอก
สำหรับคนที่ลงทะเบียน I-L-E at Home ให้นำเอาเทปม้วนสุดท้ายซึ่งไม่มีสคริปต์มาฟัง
เมื่อฟังจนมั่นใจดีแล้วให้ทำการถอดเทปม้วนนั้นออกมา ซึ่งจะได้เนื้อหาประมาณ
30 หน้า A4 ขัดเกลา ฟังซ้ำ แก้ไข จนมั่นใจ ก็จะมีประสบการณ์การเขียนภาษาอังกฤษซึ่งสามารถนำไปพัฒนาต่อได้
ส่วนคนที่ไม่ได้ลงทะเบียนให้พิจารณาหัวข้อต่อไปนี้
1) My family
2) My pet I love (or do not love)
3) My most exciting vacation
4) My close friend
5) My interesting subject in school
แล้วลงมือเขียนเรียงความทีละเรื่องๆ ทั้งหมดเป็นเรื่องที่เรามีข้อมูลชัดเจนอยู่แล้ว
เราสามารถเขียนได้แน่นอน หลังจากเขียนเสร็จให้แต่งเติม ขัดเกลา
อ่านซ้ำ ทบทวนจนพอใจ [
เสร็จแล้วเอาไปโพสต์ไว้ที่นี่ได้ี่เลย
]
จะมีคนจะคอยอ่าน และให้คำแนะนำกันตามสมควร
เมื่อมาถึงจุดนี้ผู้ฝึกก็มีความพร้อมสำหรับการเขียน Essay แน่นอน
ตอนหน้าเราจะพูดถึง "การเขียน Essay ที่ดี" กันต่อไป
:)
อย่ามัวแต่นั่งอ่านคู่มือหัดว่ายน้ำอยู่ข้างสระน้ำเลย
คุณควรพร้อมที่จะเปียกน้ำได้แล้ว***
SEND THIS PAGE!
I-Love-English.com
High Quality Learning for Thai Professionals. |