I-L-E
 HOTLINE: 08 9206 0996 

How to succeed in studying English: February 17, 2005

คำถามที่พบบ่อยมากจากประสบการณ์สอนภาษาอังกฤษในกรุงเทพมานานกว่า 4 ปีคือ ทำอย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จในการเรียนภาษาอังกฤษ? คำตอบต่อคำถามนี้ง่ายมาก การปฏิบัติก็ไม่ซับซ้อน นั่นคือ (1) ตั้งเป้าหมาย (2) กำหนดวิธีการ และ (3) ลงมือปฏิบัติ


(1) ตั้งเป้าหมาย
เป้าหมายในการเรียนภาษาอังกฤษที่มีมากมายและสามารถแยกย่อยออกไปได้หลายแขนง ไม่ว่าจะเพื่อสอบ เพื่อใช้งาน หรือเพื่อการเรียนการสอนนั้น ต้องมีเป้าหมายหลักอย่างเดียวกันนั่นคือผู้เรียนต้องสามารถ (1) ฟังออก (2) พูดได้ (3) อ่านเก่ง และ (4) เขียนคล่อง ได้ก่อนเป็นอันดับแรก เมื่อบรรลุเป้าหมายหลักทั้ง 4 อย่างเรียบร้อยแล้ว การจะมุ่งไปด้านใดๆ เป็นการเฉพาะ ก็สามารถเป็นไปได้ทั้งหมด ผู้เรียนที่ไม่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ จะตั้งเป้าหมายในการเรียนภาษาอังกฤษไว้ผิดลำดับขั้นตอน เช่น บางคนคิดว่าขอแค่หาคนมาติวข้อสอบเพื่อไปสอบ TOEIC หรือ TOEFL ให้ได้คะแนนตามเกณฑ์ก็พอ แล้วค่อยไปหาทางบรรลุเป้าหมายหลักทั้ง 4 ทีหลัง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วแทบเป็นไปไม่ได้เลย เพราะคนที่จะสามารถได้คะแนนตามเกณฑ์ TOEIC TOEFL หรือ IELTS ได้นั้นจะต้องบรรลุเป้าหมายทั้ง 4 ให้ได้ก่อน ส่วนการเรียนเพื่อใช้งานก็เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น “เรียนเพื่อไปสัมภาษณ์งาน” การเรียนเพื่อสัมภาษณ์งานนั้นผู้เรียนไม่ควรทำแค่การเรียนรู้วิธีการสัมภาษณ์ ดูตัวอย่างคำสัมภาษณ์ หรือฝึกแต่งประโยคเพื่อตอบคำสัมภาษณ์ให้ได้เท่านั้น อันดับแรกสุดเลยนั้นผู้เรียนควรจะต้องฝึกฟังกับพูดภาษาอังกฤษให้คล่องก่อน เพราะถ้าผู้เรียนยังฟังฝรั่งพูดไม่ออก ยังพูดภาษาอังกฤษได้ไม่คล่อง ยังพูดแบบเคอะๆเขินๆ ยังพูดลิ้นพันกันอยู่ การเรียนวิธีการการสัมภาษณ์งานที่ได้ลงทะเบียนไปก็สูญเปล่า


(2) กำหนดวิธีการ
เมื่อได้เป้าหมาย [นั่นคือเรียนเพื่อให้ (1) ฟังออก (2) พูดได้ (3) อ่านเก่ง และ (4) เขียนคล่อง] มาแล้ว ต่อไปก็เป็นการหาวิธีการที่เหมาะสม มีคนเก่งภาษาอังกฤษมากมายในบ้านเรา แต่ละคนก็มีวิธีการเรียนที่แตกต่างกัน บางคนเลือกที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศเพื่อเพิ่มพูนทักษะด้านภาษาอังกฤษ บางคนลงทะเบียนเรียนกับโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษใกล้บ้าน บางคนหาซื้อคู่มือการเรียนภาษาอังกฤษมาศึกษาเองที่บ้าน และบางคนเลือกลงทะเบียนเรียนกับเรา บทความนี้จะขอพูดถึงเฉพาะการลงทะเบียนเรียนกับเรา เพราะหลักสูตรของเราทุกหลักสูตรจะมุ่งเน้นไปที่ “การฝึกเพื่อบรรลุเป้าหมายทั้ง 4” เป็นหลัก การฝึกเพื่อบรรลุเป้าหมายทั้ง 4 ของเรานั้นจะประกอบไปด้วยเครื่องมือและวิธีการสำหรับใช้ฝึกดังนี้ คือ a. การฝึกฟังจากเทป b. ฝึกอ่านจากหนังสือ c. ฝึกเขียนจากการได้ยิน และ d. ฝึกพูดตามเจ้าของภาษา ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาต้องฝึกด้วยจำนวนชั่วโมงที่เหมาะสมจำนวนหนึ่ง [อย่างต่ำ 240 ชั่วโมง] ซึ่งสิ่งที่จำเป็นที่สุดของผู้เรียนคือเรื่องของเวลาเพราะถ้าผู้เรียนไม่มีเวลาให้กับการฝึก การเตรียมเครื่องมือและวิธีการเอาไว้ก็สูญเปล่า


(3) ลงมือปฏิบัติ
เมื่อมีเป้าหมาย มีวิธีการแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือขั้นตอนที่จำเป็นที่สุด สำคัญที่สุด และท้าทายที่สุด ของการเรียนภาษาอังกฤษให้ประสบความสำเร็จ ซึ่ง “การบรรลุเป้าหมายทั้ง 4” นั้นแปลความได้อีกทีว่า “การมีทักษะ 4 อย่าง” คือมีทักษะในการฟัง มีทักษะในการพูด มีทักษะในการอ่าน และมีทักษะในการเขียน ตามลำดับ คำว่า “ทักษะ” ในภาษาไทยแปลว่า “ชำนาญ” นั่นคือผู้เรียนมีทักษะในด้านไหน ก็แปลว่ามีความชำนาญในด้านนั้นนั่นเอง การจะสร้างความชำนาญได้มีวิธีการอย่างเดียวคือ “ลงมือทำบ่อยๆ” ทำบ่อยจนชำนาญ คือฟังบ่อยๆ จนมีทักษะในการฟัง พูดบ่อยๆ จนมีทักษะในการพูด อ่านบ่อยๆ จนมีทักษะในการอ่าน และเขียนบ่อยๆ จนมีทักษะในการเขียน ส่วนการที่ผู้เรียนจะฟังอะไร พูดอะไร อ่านอะไร และเขียนอะไรนั้น ให้เป็นไปตามลำดับของเครื่องมือและวิธีการที่เตรียมเอาไว้

“ทำตามคู่มืออย่างเคร่งครัด” เป็นหัวใจของการปฏิบัติ ครั้งหนึ่ง Anna Pavlova นักบัลเล่ที่ยิ่งใหญ่ของรัสเซียเคยกล่าวว่า “To follow, without halt, one aim: there’s the secret of success.” ขอเพียงผู้เรียนมุ่งมั่น (ในเป้าหมายที่ตั้งไว้) ไม่ลดละ (ความพยายามในการฝึกตามวิธีการที่เตรียมมา) และลงมือปฏิบัติ (จนครบทุกขั้นตอนดังที่ตั้งใจ) นั่นคือก้าวแรกของการประสบความสำเร็จ ผู้เรียนทุกคนที่เรียนกับเรา และลงมือฝึกจนครบชั่วโมงขั้นต่ำที่กำหนดไว้ สามารถเป็นประกันได้

โปรดระลึกไว้เสมอว่าความสำเร็จของคุณอยู่ไกล้แค่เอื้อมเท่านั้น ถ้าเพียงคุณ กล้าตั้งเป้าหมาย กล้ากำหนดวิธีการ และกล้าลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง คุณจะประสบความสำเร็จ โอกาสเป็นของคนที่ลงมือทำ คนที่ประสบความสำเร็จก่อนคุณ คือคนที่ทุ่มเทให้กับการลงมือปฏิบัติมาก่อนคุณนั่นเอง

ขอให้โชคดีกับการฝึกของคุณ



มีผู้เรียนมากมายที่ยังสับสนระหว่างคำว่าการเรียนเพื่อให้เกิดความรู้ กับการลงมือปฏิบัติเพื่อให้เกิดความชำนาญ [ผู้เขียนยังขอยืนยันคำพูดเดิมที่กล่าวเอาไว้ว่า “คนไทยทุกคนที่กำลังเรียนหนังสือในระดับชั้นมัธยมปลาย หรือที่เรียนจบชั้นมัธยมปลายในระบบการศึกษาของบ้านเรามาแล้วนั้น มีความรู้ภาษาอังกฤษมากพอที่จะนำมาฝึกให้เกิดความชำนาญได้”] การเรียนเพื่อให้เกิดความรู้เปรียบได้กับการนั่งเรียน “วิธีการขับรถ” ในห้องเรียน ส่วนการลงมือปฏิบัติก็คือการลงไปนั่งหลังพวงมาลัยแล้วลงมือ “ขับรถไปตามถนน” นั่นเอง ถ้าจะเปรียบไปแล้วการฝึกภาษาอังกฤษมีอันตรายน้อยกว่าการฝึกขับรถมากมายนัก ผู้ฝึกไม่ต้องทำประกันชีวิต ไม่ต้องเสี่ยงกับอุบัติเหตุ แถมเครื่องมือและพลังงานในการฝึกก็ถูกกว่ากันจนเทียบไม่ได้


SEND THIS PAGE!


I-Love-English.com
High Quality Learning for Thai Professionals.
RIGHT
Bilingual Children
เด็กไทยในทศวรรษหน้าควรใช้งานภาษาที่สองได้อย่างเป็นธรรมชาติ เรามาช่วยกันสร้างอนาคตด้วยกัน อนาคตของเด็ก อนาคตของชาติ Thai children in the near feature should be able to use their second language at will. As their parents, we can help them build their future. The children's future is the nation's future. อ่านต่อ>

Feedback!
Feedback from Ajan Nopporn Sutiwong, a well-known university teacher

Feedback!
Feedback from some of our students
BOTTOM
© Since 2000 www.i-love-english.com Bangkok, Thailand
สำนักงานชั่วคราวตั้งอยู่ที่ 111/189 หมู่ 4 ต.มาบยางพร อ.ปลวกแดง จ.ระยอง 21140
:: โทร 08 9206 0996 ::
เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์: 0108114817991
supported by SITI International [ เกี่ยวกับผู้สอน ] [ รับเจียระไนเพชร ] [ ส่งจดหมายถึงเรา! Email us! ]

NOTICE: We collect personal information on this site. To learn more about how we use your information, see our Privacy Policy .