Firefox ภาษาไทย ดีต่อเวบ ดีต่อโลก [ คลิ๊ก ]  
 
 
Bilingual Children  
00
 
days_04 Days Sero
What would you do if you have an opportunity to raise your own child? Would you give him a chance to be one of BILINGUAL CHILDREN? The choice is yours.

 PREFACE  ออกตัว 
ในฐานะที่เป็นโค้ชภาษาอังกฤษมานานกว่า 10 ปี มีประสบการณ์เป็นโค้ชให้กับผู้คนที่หลากหลาย เริ่มตั้งแต่เด็กวัยอนุบาล ไปจนถึงไปจนถึงผู้ใหญ่วัย phd candidate ตั้งแตคนที่ไม่ชำนาญการใช้ภาษาอังกฤษ ไปจนถึงคนที่มุ่งมั่นจะสอบ TOEFL ให้ได้ 600+ เป็นโค้ชให้กับคนที่ใช้ภาษาอังกฤษไม่ได้เลย ไปจนถึงคนที่ใช้งานได้ดั่งใจปราถนา and so on ความตั้งใจแรกสุดเมื่อคิดถึงการมีลูกก็คือ ลูกเราต้องเก่งภาษาอังกฤษมากกว่าเรา เราต้องสร้างลูกเราให้เป็นเด็กสองภาษา เพราะเด็กสองภาษาจะได้เปรียบผู้ใหญ่ที่เรียนภาษาที่สอง [อ้างอิงจากงานวิจัยของฝรั่งที่ว่า เด็กสองภาษาจะเก็บข้อมูลของทั้งสองภาษาไว้ที่สมองส่วนเดียวกัน ในขณะที่ผู้ใหญ่ที่เรียนภาษาที่สอง จะเก็บข้อมูลทั้งสองภาษาไว้แยกกันในสมองคนละส่วน] และในฐานะที่เป็นนักอ่าน อ่านหนังสือเกี่ยวกับเรื่องพัฒนาการมนุษย์มามากมายจนนับไม่ถ้วน และเนื่องจากบทความ และตัวอย่างที่จะนำเสนอนับตั้งแต่นี้ไปไม่ใช่การเขียนรายงานการวิจัย การอ้างอิง หรือ cite จากแหล่งกำเนิด จึงอาจจะมีบ้าง ไม่มีบ้าง หรืออาจนำมาแทรกไว้ในภายหลัง หรือละไว้ไม่เจตนากลับไปค้นเพิ่มเติม ก็เป็นวิจารณญานของผู้เขียนเอง และผู้อ่านก็ต้องพิจาณากันเอาเองตามสมควร

 DAYS ZERO  เริ่มออกตัวตั้งแต่ยังอยู่ในท้อง 
วันที่ Little Boy ยังอยู่ในท้อง เราจะเปิดเพลงสลับกับนิยายภาษาอังกฤษให้ฟัง เป็นระยะ ตลอดช่วงของการตั้งครรภ์ เพลงจะช่วยให้ Little Boy อารมณ์ดี และนิยายภาษาอังกฤษจะช่วยให้ Little Boy เริ่มคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษ


ลงมือทำทันที อย่ารอความพร้อม
เป็นโอกาสอันดีที่ Mom หรือ Dad จะได้พัฒนาภาษาอังกฤษไปพร้อมกันกับลูก
ความกล้าหาญ หมายถึงการลงมือทำในสิ่งที่ตนเองกลัว (ไม่รู้ว่าเกี่ยวอะไรกัน)
OPOL ดีมากสำหรับครอบครัวทั่วไป แต่ OPTL ดีที่สุดสำหรับ Single Mom/Dad
   

days_24 Days 4
 INTRODUCE   LITTLE BOY  
และแล้ว 4 วันต่อมา Little Boy ก็ออกจาก รพ. มาอยู่ที่บ้าน กิจกรรมในแต่ละวันก็คือ ตื่นเช้ามา Big Boy จะเปิดนิยายเสียงภาษาอังกฤษให้ฟัง 1 ชั่วโมง และเล่านิทานภาษาอังกฤษให้ Little Boy ฟัง 1-2 เรื่องสั้นๆ เล่าเรื่องเดิมๆ ให้ฟังทุกๆ วัน ก่อนออกไปทำงาน หลังจากนั้นก็เป็นหน้าที่ของ Big Girl ดูแล Little Boy ต่อไป Big Girl มีหน้าที่สื่อสารภาษาที่ 2 คือภาษาไทยกับ Little Boy เพราะ Big Boy รับหน้าที่ดูแล ภาษาที่ 1 ไปแล้ว

 TIPS   TRICKS  
OPOL : One Parent One Language เป็นรูปแบบที่ดีมากสำหรับการทำให้เด็กสามารถใช้งานได้ 2 ภาษา แต่ถ้าเป็น Single Mom หรือ Single Dad ล่ะ คำแนะนำคือ OPTL : One Parent Two Languages เป็นวิธีที่ดีที่สุด หลักการคือ Mom หรือ Dad อย่าใช้ตัวเองสอนภาษาที่สองให้ลูก แต่ให้ใช้สื่อสอนแทน สื่อที่แนะนำคือ นิยายเสียงภาษาอังกฤษ เพราะเด็กในวัย 1 - 2 ขวบกำลังอยู่ในช่วงของการซึมซับข้อมูล และสร้างพื้นที่สมองในการเก็บคำศัพท์ผ่านทางการได้ยินเสียง ดังนั้น นิยายเสียงภาษาอังกฤษ [ขอเน้นดังๆ] จึงเป็นสิ่งจำเป็นมากๆ สำหรับกระบวนการนี้ แม้ว่า Dad หรือ Mom จะฟังนิยายนั้นไม่รู้เรื่องก็ตาม แต่ในอนาคต Mom หรือ Dad ต้องสัญญาว่า จะเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ไปพร้อมๆกับลูก และอย่างน้อยต้องพูดภาษาอังกฤษในระดับ Basic ได้ เพื่อที่จะสามารถกระตุ้นให้ลูกพูด และสามารถอ่านนิทานภาษาอังกฤษให้ลูกฟังได้ด้วยเช่นกัน


  GO TO YEAR 1  
 
© Copyright 2012 Siwakorn Thumarsilp / I-Love-English.com